การเข้าใช้งาน สมัครสมาชิก เชื่อมต่อ API หรือใช้บริการใด ๆ ของระบบ ถือว่าผู้ใช้บริการ (“ผู้ใช้บริการ”) ได้อ่าน เข้าใจ และตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ทุกประการ หากไม่ยอมรับ โปรดยุติการใช้งานทันที
1. คำนิยาม
“ระบบ” หมายถึง ระบบรับชำระเงิน ระบบโอนเงินอัตโนมัติ ระบบ API ระบบ Dashboard ระบบจัดการธุรกรรม และบริการอื่นใดที่ผู้ให้บริการจัดให้มี
“ธุรกรรม” หมายถึง การรับเงิน การโอนเงิน การจ่ายเงิน การถอนเงิน หรือการเคลื่อนไหวของข้อมูลหรือยอดเงินผ่านระบบ
“ยอดคงเหลือ” หมายถึง ยอดข้อมูลทางบัญชีที่แสดงในระบบเพื่อวัตถุประสงค์ในการติดตามและบริหารจัดการธุรกรรม
“บัญชีผู้ใช้” หมายถึง บัญชีที่ผู้ใช้บริการสร้างขึ้นเพื่อเข้าถึงระบบ
“เหตุความเสียหาย” หมายถึง ความเสียหายโดยตรงที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความผิดพลาดของระบบหรือการกระทำของผู้ให้บริการโดยตรง
2. ขอบเขตการให้บริการ
ผู้ให้บริการจัดให้มีระบบเพื่ออำนวยความสะดวกในการประมวลผล ติดตาม และจัดการธุรกรรมตามรูปแบบที่ผู้ให้บริการกำหนด
ผู้ให้บริการอาจปรับปรุง แก้ไข เพิ่ม ลด เปลี่ยนแปลง หรือยกเลิกฟังก์ชันใด ๆ ของระบบได้ตามความเหมาะสม
บริการทั้งหมดให้ตามสภาพที่เป็นอยู่ (As Available) และตามที่มีอยู่ในขณะนั้น (As Is)
ผู้ให้บริการไม่รับประกันว่าระบบจะทำงานได้อย่างต่อเนื่อง ปราศจากข้อผิดพลาด หรือพร้อมใช้งานตลอดเวลา
ผู้ให้บริการไม่รับประกันว่าสามารถตรวจจับ ประมวลผล หรือส่งข้อมูลธุรกรรมได้ครบถ้วน ถูกต้อง หรือทันเวลาร้อยเปอร์เซ็นต์ในทุกกรณี
3. หน้าที่ของผู้ใช้บริการ
ผู้ใช้บริการต้องรักษาความลับของ Username, Password, OTP, API Key, Access Token และข้อมูลยืนยันตัวตนทั้งหมด
ผู้ใช้บริการรับผิดชอบต่อความถูกต้องของข้อมูลธุรกรรมทั้งหมดที่ส่งเข้าสู่ระบบ
ผู้ใช้บริการต้องตรวจสอบผลลัพธ์ของธุรกรรมและกระทบยอดข้อมูลด้วยตนเอง
ผู้ใช้บริการต้องใช้ระบบโดยชอบด้วยกฎหมายและไม่กระทำการใดที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบ
ผู้ใช้บริการรับผิดชอบบัญชีธนาคาร บัญชีปลายทาง ระบบภายใน และการเชื่อมต่อ API ของตนเองแต่เพียงผู้เดียว
ผู้ใช้บริการต้องไม่ใช้ระบบในลักษณะที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงด้านความปลอดภัย การฉ้อโกง การฟอกเงิน หรือการกระทำที่อาจส่งผลกระทบต่อผู้ให้บริการหรือผู้ใช้งานรายอื่น
4. ธุรกรรม บันทึกข้อมูล และยอดคงเหลือ
ระบบดำเนินการตามคำสั่งที่ได้รับจากผู้ใช้บริการหรือระบบของผู้ใช้บริการ
ผู้ใช้บริการรับทราบว่าความสำเร็จของธุรกรรมอาจขึ้นอยู่กับธนาคาร ผู้ให้บริการภายนอก หรือระบบของบุคคลที่สาม
ยอดคงเหลือและข้อมูลธุรกรรมที่แสดงในระบบอ้างอิงจากข้อมูลที่ระบบบันทึกไว้
เว้นแต่จะพิสูจน์ได้เป็นอย่างอื่น System Log, API Log, Transaction Log, Ledger Record, Audit Log และข้อมูลที่บันทึกโดยระบบของผู้ให้บริการ ให้ถือเป็นหลักฐานเบื้องต้นในการพิจารณาข้อพิพาท
ผู้ใช้บริการรับทราบว่ายอดคงเหลือที่ปรากฏในระบบเป็นข้อมูลทางบัญชีเพื่อการดำเนินงานและติดตามธุรกรรมเท่านั้น
ผู้ใช้บริการต้องตรวจสอบธุรกรรมและยอดคงเหลือด้วยตนเองอย่างสม่ำเสมอ
ผู้ให้บริการไม่รับประกันความสำเร็จของ Callback, Webhook หรือการส่งข้อมูลแบบ Real-Time ทุกกรณี ผู้ใช้บริการต้องจัดให้มีระบบตรวจสอบและกระทบยอด (Reconciliation) ด้วยตนเอง
5. ความรับผิดและการชดเชยความเสียหาย
ผู้ให้บริการรับผิดเฉพาะความเสียหายโดยตรงที่พิสูจน์ได้ว่าเกิดจากความผิดพลาดของผู้ให้บริการโดยตรงเท่านั้น
ความรับผิดรวมสูงสุดของผู้ให้บริการต่อเหตุการณ์หนึ่งเหตุการณ์ใด จะไม่เกินจำนวนที่ต่ำกว่าระหว่าง
ความเสียหายที่พิสูจน์ได้จริง หรือ
ร้อยละสิบ (10%) ของค่าธรรมเนียมที่ผู้ใช้บริการชำระให้แก่ผู้ให้บริการในช่วงสามสิบ (30) วันก่อนเกิดเหตุ
ไม่ว่าในกรณีใด ความรับผิดรวมสูงสุดทั้งหมดของผู้ให้บริการต่อผู้ใช้บริการรายหนึ่งในรอบระยะเวลาสิบสอง (12) เดือน จะไม่เกิน 100,000 บาท
ผู้ให้บริการไม่รับผิดชอบต่อกำไรที่สูญเสีย รายได้ที่สูญเสีย ความเสียหายทางธุรกิจ การสูญเสียลูกค้า ความเสียหายต่อชื่อเสียง ค่าเสียโอกาส ความเสียหายทางอ้อม หรือความเสียหายสืบเนื่องทุกประเภท
ผู้ใช้บริการต้องแจ้งข้อเรียกร้องภายในสามสิบ (30) วันนับแต่วันที่ทราบหรือควรทราบเหตุ มิฉะนั้นให้ถือว่าสละสิทธิ์
6. ข้อยกเว้นความรับผิด
ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดจาก
ความผิดพลาดหรือความประมาทของผู้ใช้บริการ
ข้อมูลธุรกรรมที่ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน
การดำเนินการของธนาคาร สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการภายนอก หรือหน่วยงานรัฐ
การอายัด ระงับ ปิด หรือจำกัดการใช้งานบัญชีธนาคาร
การรั่วไหล สูญหาย หรือถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาตของ Password, OTP, API Key หรือข้อมูลยืนยันตัวตน
ความขัดข้องของอินเทอร์เน็ต เครือข่าย โทรคมนาคม Cloud Infrastructure ระบบภายนอก หรือบริการของบุคคลที่สาม
Malware, Virus, DDoS Attack, Ransomware, Cyber Attack หรือการเข้าถึงระบบโดยไม่ได้รับอนุญาต
เหตุสุดวิสัยทุกประเภท
ทั้งนี้ เว้นแต่กรณีที่เกิดจากการจงใจหรือประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้ให้บริการ
7. การชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ให้บริการ (Indemnification)
ผู้ใช้บริการตกลงชดใช้ค่าเสียหาย ค่าใช้จ่าย ค่าปรับ ค่าธรรมเนียม ค่าทนายความ และความรับผิดใด ๆ ที่เกิดขึ้นแก่ผู้ให้บริการ อันเนื่องมาจาก
- การใช้งานระบบที่ผิดกฎหมาย
- การละเมิดสิทธิของบุคคลภายนอก
- การฝ่าฝืนข้อกำหนดฉบับนี้
- การกระทำ การละเว้น หรือกิจกรรมใด ๆ ของผู้ใช้บริการที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้ให้บริการหรือบุคคลภายนอก
ในกรณีที่บัญชีธนาคาร บัญชีรับชำระเงิน ระบบ ทรัพย์สิน หรือช่องทางการดำเนินงานของผู้ให้บริการ ถูกอายัด ระงับ ปิดบัญชี จำกัดสิทธิ์ ตรวจสอบ หรือได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของธนาคาร สถาบันการเงิน หน่วยงานรัฐ หรือเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจ อันเนื่องมาจากธุรกรรม การกระทำ การละเว้น หรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับผู้ใช้บริการ ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม ผู้ใช้บริการตกลงรับผิดชอบและชดใช้ความเสียหายทั้งหมดที่เกิดขึ้นแก่ผู้ให้บริการ
ความเสียหายดังกล่าวรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียง
เงินคงเหลือ เงินค้าง หรือทรัพย์สินที่ถูกอายัด ยึด ระงับ หรือไม่สามารถเรียกคืนหรือใช้ประโยชน์ได้
ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการทางกฎหมาย ค่าทนายความ ค่าที่ปรึกษา และค่าใช้จ่ายในการติดต่อหรือชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ค่าใช้จ่ายในการเปิด เปลี่ยน จัดหา ทดแทน โอนย้าย หรือยกเลิกบัญชีธนาคาร บัญชีรับชำระเงิน หรือช่องทางการเงินอื่นใด
ความเสียหายจากการหยุดชะงักของธุรกิจ การสูญเสียรายได้ ค่าธรรมเนียม ลูกค้า คู่ค้า หรือโอกาสทางธุรกิจที่เกิดขึ้นแก่ผู้ให้บริการจากเหตุการณ์ดังกล่าว
ผู้ให้บริการมีสิทธิ์หักกลบลบหนี้จากยอดเงิน เงินประกัน เงินสำรอง หรือทรัพย์สินใด ๆ ของผู้ใช้บริการที่อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้ให้บริการได้ทันที และหากไม่เพียงพอ ผู้ใช้บริการตกลงชำระส่วนที่ขาดทั้งหมดภายในเจ็ด (7) วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากผู้ให้บริการ
ภาระหน้าที่ในการชดใช้ค่าเสียหายตามข้อนี้ยังคงมีผลบังคับใช้ต่อไปแม้ว่าการใช้บริการหรือสัญญาระหว่างคู่สัญญาจะสิ้นสุดลงแล้วก็ตาม
8. การระงับและยกเลิกบริการ
ผู้ให้บริการมีสิทธิ์ระงับบัญชี ระงับธุรกรรม ระงับยอดคงเหลือ จำกัดการเข้าถึงระบบ หรือระงับการให้บริการทั้งหมดหรือบางส่วนได้ทันทีโดยไม่ต้องแจ้งล่วงหน้า หากพบหรือสงสัยว่ามี
- การฉ้อโกง
- การใช้งานผิดกฎหมาย
- ธุรกรรมผิดปกติ
- ความเสี่ยงด้านความปลอดภัย
- การละเมิดข้อกำหนด
- เหตุการณ์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้ให้บริการหรือบุคคลภายนอก
ผู้ให้บริการอาจขอข้อมูล เอกสาร หรือหลักฐานเพิ่มเติมจากผู้ใช้บริการเพื่อประกอบการตรวจสอบได้ทุกเมื่อ
ผู้ใช้บริการต้องแจ้งข้อโต้แย้งเกี่ยวกับธุรกรรมภายในเจ็ด (7) วันนับแต่วันที่เกิดธุรกรรม
หากพ้นกำหนดดังกล่าว ให้ถือว่าผู้ใช้บริการยอมรับความถูกต้องของข้อมูล ธุรกรรม และยอดคงเหลือทั้งหมด
9. เหตุสุดวิสัย (Force Majeure)
ผู้ให้บริการไม่ต้องรับผิดต่อความล่าช้าหรือไม่สามารถให้บริการได้ อันเกิดจากเหตุการณ์ที่อยู่นอกเหนือการควบคุมตามสมควร รวมถึงภัยธรรมชาติ สงคราม การก่อการร้าย ไฟฟ้าขัดข้อง อินเทอร์เน็ตขัดข้อง การเปลี่ยนแปลงนโยบายของธนาคาร การดำเนินการของหน่วยงานรัฐ การโจมตีทางไซเบอร์ หรือเหตุสุดวิสัยอื่นใด
10. การแก้ไขข้อกำหนด
ผู้ให้บริการอาจแก้ไขข้อกำหนดฉบับนี้ได้ทุกเมื่อ โดยประกาศผ่านระบบ เว็บไซต์ หรือช่องทางอื่นที่ผู้ให้บริการเห็นสมควร
การใช้งานระบบต่อภายหลังการประกาศแก้ไข ถือเป็นการยอมรับข้อกำหนดฉบับใหม่
11. กฎหมายที่ใช้บังคับและการระงับข้อพิพาท
ข้อกำหนดฉบับนี้อยู่ภายใต้บังคับแห่งกฎหมายไทย
ข้อพิพาทใด ๆ ที่เกิดขึ้นจากหรือเกี่ยวข้องกับข้อกำหนดฉบับนี้ ให้คู่สัญญาพยายามเจรจาไกล่เกลี่ยกันก่อน
หากไม่สามารถตกลงกันได้ ให้ข้อพิพาทอยู่ภายใต้เขตอำนาจของศาลไทย หรือสถาบันอนุญาโตตุลาการตามที่ผู้ให้บริการกำหนด
ข้าพเจ้าได้อ่าน เข้าใจ และตกลงผูกพันตามข้อกำหนดและเงื่อนไขฉบับนี้ทุกประการ